ระหว่าง Lazada vs Shopee ใครดีกว่ากัน รวมจุดเด่นและข้อดี

lazada vs shopee

หลายคนอาจมีความสงสัยว่า ระหว่าง Lazada vs Shopee แบบไหนดีกว่ากัน อันที่จริงแล้ว ยังมีช่องทางอีคอมเมิร์ซอื่น ๆ ที่น่าสนใจเช่นกัน แต่เนื่องจากสองช่องทางนี้กำลังมาแรงที่สุดและถือว่าเป็นเบอร์ 1 และ 2 ในเมืองไทย วันนี้เราจึงมาผ่าให้ดูข้อเด่นของทั้งสองเว็บครับ

ทำไมต้องเว็บอีคอมเมิร์ซ

เนื่องจากทุกวันนี้ เว็บอีคอมเมิร์ซ การทำธุรกิจออนไลน์ กำลังกลายเป็นกระแสที่มาแรง และกำลังจะทดแทนรูปแบบและช่องทางการขายแบบดั้งเดิม เพราะช่วยให้ผู้ประกอบการทั้งรายย่อยและขนาดกลางสามารถเพิ่มโอกาสและขยายช่องทางการขายออกไปทั่วประเทศหรือกระทั่งในต่างประเทศได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องเปิดหน้าร้านหรือขยายสาขาเพิ่ม เพราะเพียงแค่คลิกบนอินเทอร์เน็ต บน Google หรือบน Facebook ก็สามารถค้นหาหน้าร้านทางออนไลน์ได้แล้ว 

ซึ่งนี่ก็คือรูปแบบของการทำธุรกิจออนไลน์ที่กำลังมาแรง และช่องทางอีคอมเมิร์ซอย่าง Lazada และ Shopee ก็คือเว็บอีคอมเมิร์ซที่ออกแบบมาเพื่อให้เป็นหน้าร้านสำหรับผู้ประกอบการทุกระดับ ได้มีโอกาสเพิ่มยอดขายหรือหาฐานลูกค้าใหม่ ๆ ได้มากขึ้น

แต่เมื่อใคร ๆ ก็สามารถเล่นช่องทางนี้ได้ การแข่งขัน สงครามราคา ก็ย่อมตามมาด้วย 

แล้วสำหรับผู้เล่นหน้าใหม่ หรือคนที่กำลังเข้ามาจับตลาดนี้ ก็อาจมีความสงสัยว่า แล้วแบบไหนดีกว่ากัน ถ้าเราจะใช้ ระหว่าง Lazada vs Shopee 

Lazada หัวหอกของ Alibaba ในอาเซียน

ไม่ต้องแปลกใจ เพราะ Lazada เป็นหัวหอกด้านอีคอมเมิร์ซของ บริษัท อาลีบาบา ของ แจ็คหม่า ซึ่งตั้งเป้าใช้ Lazada เป็นหัวหอก ไม่ว่าจะในประเทศไทยและในอาเซียน ซึ่งเป็นช่องทางที่อาลีบาบาเข้ามาซื้อกิจการเพื่อเรื่องนี้

ในปีก่อน อาลีบาบา ยังทุ่มเงินลงทุนมากกว่า 2,000 ล้านเหรียญเพื่อกระตุ้นช่องทางการขายของ Lazada รวมถึงยกระดับในเรื่องการให้บริการ เป้าหมายสูงสุดก็คือ การผลักดันให้ Lazada เป็นเว็บอีคอมเมิรซ์อันดับหนึ่งในอาเซียนให้ได้ ที่สำคัญคือ อาลีบาบายอมที่จะขาดทุนจาก Lazada 

มีการวิเคราะห์ว่า เป้าหมายสำคัญของอาลีบาบาก็คือ ต้องการเพิ่มจำนวนผู้ใช้งานให้มากที่สุด ไปจนถึงการเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้บริการของคนทั่วไป เมื่อมีประสบการณ์ใช้งานเว็บ Lazada ทำการซื้อขาย หรือในมุมผู้ประกอบการก็คือเปิดร้านออนไลน์แล้ว ก็จะทำให้คน “มีประสบการณ์ที่อยากจะใช้อีก” กล่าวกันว่าเป็นแนวทางที่คล้ายกับการทำตลาดของ Apple ที่ใช้กับมือถือไอโฟนและไอแพด ที่ต้องการสร้างประสบการณ์ให้ผู้ใช้

ปัจจุบัน Lazada ก็ขึ้นเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ที่มีผู้ใช้บริการสูงสุดในประเทศไทยแล้วเรียบร้อย 

ข้อเด่นของ Lazada

1.ระบบเปิดร้านรวดเร็ว และบริการส่งสินค้า เป็นหนึ่งในจุดแข็งสำคัญ ร้านค้าที่ต้องการเข้าร่วมก็สามารถลงทะเบียนเป็นผู้ค้าได้อย่างง่าย ๆ เพียงกรอกข้อมูลสั้นๆ แค่หน้าเดียวก็เท่ากับเปิดร้านได้เรียบร้อยแล้ว 

2.การขนส่งสินค้า สามารถจัดการขนส่งโดยใช้เวลารวดเร็ว ส่วนมากแล้วใช้เวลาประมาณ 1-2 วัน อีกทั้งทาง Lazada ก็จะช่วยรับผิดชอบกรณีที่เกิดความผิดพลาดในการส่งสินค้าอีกด้วย

3.มีการเปิดอบรมและระบบที่ชัดเจน อาลีบาบา มีการทำข้อตกลงร่วมกันกับรัฐบาลไทย ทำให้สามารถเข้ามาเปิดโรงเรียนสอนธุรกิจอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยได้อย่างเป็นทางการและถูกต้องตามกระบวนการ โดยเป็นการเปิดอบรมผ่านทาง Taobao University ซึ่งก็จะมีการอบรมสอนการใช้งานของ Lazada ไปด้วย ช่วยเพิ่มผู้ค้าให้มากขึ้น

4.ไม่ได้มีแค่สินค้า แต่ยังมีในส่วนของงานบริการอีกด้วย ตัวอย่างเช่น ส่วนลดสำหรับร้านอาหาร หรือ สปา ศูนย์ความงาม เป็นต้น

Shopeeกำลังมาแรง 

Shopee เป็นเว็บอีคอมเมิร์ซมาแรงจากสิงคโปร์ ซึ่งในประเทศไทยแล้วถือว่าได้รับความนิยมพุ่งขึ้นมาเป็นอันดับ 2 และในปีที่ผ่านมา ก็มียอดดาวโหลดบน App Store ที่สูงเป็นอันดับหนึ่งในบรรดาเว็บอีคอมเมิร์ซทั้งหมดด้วย ซึ่งการแข่งขันเรื่องราคาใน Shopee ของบางสินค้ายังรุนแรงกว่า Lazada เสียอีก

ข้อเด่นของ Shopee 

1.การให้ส่วนลด ซึ่งของทางฝั่ง Shopee จะมีส่วนที่ให้ส่วนลดกับลูกค้าในครั้งแรก และอาจถือว่าได้เปรียบกว่า Lazada

2.โปรโมชั่น Shopee Coin ซึ่งเป็นรูปแบบของบริการออกเป็นส่วนลดให้ลูกค้านำมาใช้ได้ในครั้งถัดไป

3.บริการขนส่ง ค่อนข้างหลากหลายกว่า Lazada เพราะมีการใช้บริการขนส่งของหลายที่ เช่น ไปรษณีย์ไทย, Kerry และ DHL 

เอื้อกับการค้นหา Search Engine

เพราะเว็บทั้งสองถือว่าเป็นช่องทางใหญ่ของเมืองไทยในเวลานี้สำหรับเว็บอีคอมเมิร์ซ มีสินค้าที่หลากหลาย และอัพเดททุกวัน ก็มีส่วนช่วยให้การค้นหาผ่านทาง Google อยู่ในอันดับต้น ๆ บ่อยครั้ง สำหรับ Keywords ของสินค้าในหลายประเภท ก็เป็นเรื่องที่เอื้อให้กับการทำ SEO Content และ Outbound Marketing เข้าไปยังเว็บหรือเพจของเราได้เช่นกัน ถ้าหากเรามีสินค้าวางไว้ที่ทั้งสองเว็บดังกล่าวนี้ครับ

อย่างไรก็ตาม สำหรับ Lazada vs Shope ถ้าในมุมของผู้ใช้งาน อาจจะพบว่า Shopee ยังถูกตั้งคำถามในเรื่องคุณภาพสินค้าอยู่บ้าง แต่ก็เป็นเรื่องที่ต้องมีการแข่งขันกันต่อไปสำหรับผู้ประกอบการทุกระดับ โดยสรุปแล้ว อาจกล่าวได้ว่า ในเวลานี้โอกาสของผู้ประกอบการรายย่อยก็เริ่มเปิดกว้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการใช้ Lazada และ Shopee ซึ่งทั้งสองเว็บก็มีความต้องการขยายฐานผู้ใช้งานเอาไว้ก่อน ดังนั้นตอนนี้ผู้ประกอบการไทยในแทบทุกกลุ่มจึงไม่ควรพลาดโอกาสที่จะสร้างธุรกิจกับทั้งสองเว็บนี้ครับ เพื่อเพิ่มช่องทางการขายสินค้าและช่องทางการทำตลาดบนโลกอินเทอร์เน็ตให้หลากหลายก่อนที่จะตกขบวนครับ เพราะวเลานี้แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซกำลังกลายเป็นกระแสหลักของการขายสินค้าบนอินเทอร์เน็ต และก็จะเข้ามาทดแทนช่องทางการขายแบบดั้งเดิมแล้วอย่างแน่นอน 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *